ข้ามไปที่เนื้อหา
ทำไมการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน ถึงสำคัญในทุกช่วงวัย?บทความสุขภาพ

ทำไมการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน ถึงสำคัญในทุกช่วงวัย?

โรคเส้นเลือดสมอง (Stroke) เป็นโรคที่อันตรายมาก ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นในช่วงอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ มักพบในผู้ป่วยอายุ 19 – 55 ปี และยังเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและทุพพลภาพ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โรคนี้คือภาวะที่สมองขาดเลือด เนื่องจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการตีบ อุดตัน หรือแตก จนทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้

โรคเส้นเลือดสมองมีกี่ประเภท?

โรคเส้นเลือดสมอง (Stroke) แบ่งได้ 2 ประเภท ได้แก่

  1. เส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองตีบหรืออุดตัน
  2. เส้นเลือดสมองแตก เกิดจากความดันโลหิตสูงหรือเส้นเลือดโป่งพองในสมอง ทำให้แตกง่าย ส่งผลให้เกิดเลือดออกในสมอง

อาการหรือสัญญาณ BE FAST

  1. B – Balance เวียนหัว เดินเซ ทรงตัวไม่ได้
  2. E – Eyes ตามัว ตากลอกไม่สุด
  3. F – Face อาการชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า หน้าเบี้ยว
  4. A – Arm อาการชาหรืออ่อนแรงที่แขนขา
  5. S – Speech พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง
  6. T – Time หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที

ถ้ามีอาการให้รีบไปโรงพยาบาลทันที ยิ่งไปได้เร็วเท่าไหร่ จะมีตัวเลือกในการรักษามากขึ้น

การวินิจฉัย

  1. CT Scan เพื่อตรวจดูภาวะขาดเลือดจากหลอดเลือดสมองและภาวะเลือดออกในสมอง
  2. การตรวจเลือด เพื่อประเมินความเข้มข้นของเลือด การแข็งตัวของเลือด
  3. MRI Scan ดูเนื้อสมองและหลอดเลือดสมอง
  4. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ดูความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ

การรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับประเภทของโรค ตีบ อุดตัน หรือแตก

  1. เส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ให้ยาละลายลิ่มเลือด (rt-PA) หรือผ่าตัดดึงตัวก้อนเลือดออก
  2. เส้นเลือดสมองแตก ผ่าตัดและให้ยาลดภาวะสมองบวม

การดูแลผู้ป่วยหลังเกิดโรค

หลังจากผู้ป่วยพ้นภาวะเฉียบพลัน แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจะเข้ามาดูแลต่อ โดยทำงานร่วมกับทีมต่าง ๆ

  • กายภาพบำบัด ฝึกการเดิน การลุกนั่ง และกระตุ้นให้กล้ามเนื้อทำงาน
  • กิจกรรมบำบัด ฝึกการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น กินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว
  • การสื่อสารการพูด ฝึกการพูด การออกเสียง การกลืน

หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและดูแลอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้

แชร์